ถังเก็บน้ำกับการเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ถังเก็บน้ำ มีหน้าที่ในการเก็บสำรองน้ำไว้ใช้เมื่อน้ำไม่ไหล เป็นที่พักน้ำไว้สำหรับการใช้งานภายในบ้าน ซึ่งก่อนที่จะเลือกซื้อเพื่อนำมาใช้งาน ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ

โดยการติดตั้งมีให้เลือก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ การติดตั้งบนดินและการติดตั้งใต้ดิน

การติดตั้งถังเก็บน้ำบนดิน ข้อดีของการติดตั้งบนดินข้อดีคือ ดูแลรักษาง่าย เคลื่อนย้ายได้ง่าย เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่พอสมควร โดยการติดตั้งบนดินที่ได้รับความนิยมสำหรับการติดตั้งลักษณะนี้คือ ถังแบบสเตนเลสและถังแบบพลาสติก

– ถังเก็บน้ำสเตนเลส ทำความสะอาดง่าย เนื่องจากมีรูถ่ายน้ำอยู่บริเวณก้นถัง มีขาตั้งที่ก้นถังเพื่อป้องกันสนิม แต่มีโอกาสเกิดสนิมตามรอยต่อ ควรใชกับน้ำสะอาดหรือน้ำประปาเท่านั้นไม่เหมาะกับน้ำกร่อยหรือน้ำบาดาล
– ถังเก็บน้ำพลาสติกชนิดติดตั้งบนดิน มีรูปทรง สี และลวดลายหลากหลาย และยังมีรุ่นที่มีนวัตกรรมยับยั้งเชื้อแบคทีเรียด้วย แต่ถังเก็บน้ำพลาสติกไม่มีขาตั้งเหมือนถังเก็บน้ำสเตนเลสจึงต้องติดตั้งบริเวณพื้นผิวที่เรียบสม่ำเสมอ และมีการลงเสาเข็มสั้นเพื่อรับน้ำหนัก มีรูถ่ายน้ำอยู่ด้านข้าง จึงอาจเกิดตะกอนในถังได้เล็กน้อย

วิธีการดูแลรักษาถังเก็บน้ำบนดิน วิธีการดูแลรักษาถังน้ำที่ติดตั้งบนดินสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงทำความสะอาดทุก 6 เดือน เพื่อให้น้ำในถังยังคงความสะอาดใสไร้ตะกอนและสิ่งสกปรก วิธีทำความสะอาดทำได้ดังนี้ 1. ปิดวาล์วท่อน้ำที่ต่อเข้าถังพักน้ำแล้วเปิดรูระบายบริเวณก้นหรือด้านข้างถังระบายน้ำในถังให้หมด 2. ใช้แปรงขัดคราบและตะกอนในถังและฉีดน้ำไล่ตะกอนออกให้หมด 3. ใช้น้ำยาคลอรีนหรือคลอรีนผง ผสมน้ำในถังตามสัดส่วน (องค์กรอนามัยโลกระบุให้มีความเข้มข้นไม่เกิน 5 มิลลิกรัม/ลิตร) แล้วแช่น้ำค้างไว้ภายในถังเป็นเวลา 1 คืนเพื่อฆ่าเชื้อโรค หลังจากนั้นปล่อยน้ำคลอรีนออกจากถังน้ำให้หมด (สามารถนำน้ำนี้มารดน้ำต้นไม้หรือล้างรถได้ เพื่อเป็นการประหยัดน้ำ) 4. รอให้แห้ง แล้วเปิดวาล์วให้น้ำไหลเข้า จึงใช้งานได้ตามปกติ

โดยยี่ห้อที่นิยมใช้สำหรับการติดตั้งบนดินได้แก่ ถังเก็บน้ำยี่ห้อ Cotto และยี่ห้อ DOS

การติดตั้งถังเก็บน้ำใต้ดิน สำหรับตัวถังรูปแบบนี้เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด โดยโครงของตัวบ้านต้องแข็งแรงเพราะต้องรับน้ำหนักจากตัวถัง ป้องกันการทรุดตัวที่อาจจะเกิดขึ้น ข้อดีคือประหยัดพื้นที่ใช้สอย อุณหภูมิน้ำไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก มีวัสดุให้เลือกทั้งแบบคอนกรีตและแบบพลาสติก ส่วนข้อเสียคือการดูแลรักษาจะยากกว่าชนิดติดตั้งบนดิน รวมถึงราคาของการติดตั้งที่ค่อนข้างสูง

– ถังเก็บน้ำคอนกรีต สามารถหล่อขึ้นรูปได้ตามต้องการ ควรทำระบบกันซึม เลือกวัสดุปิดผิวที่ลดการสะสมของแบคทีเรีย แต่เนื่องจากมีรูปทรงที่จำกัดจึงควรเตรียมพื้นที่หน้างานและโครงสร้างให้พอดีกับขนาดที่เลือกใช้ และต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงรองรับ
– ถังเก็บน้ำพลาสติกชนิดติดตั้งใต้ดิน ทำจากวัสดุที่สะอาด ปลอดภัย ทนทาน สามารถรับแรงกดและแรงกระแทกได้ดี แต่มีรูปทรงที่จำกัด ต้องเตรียมโครงสร้างบริเวณใต้ดินไว้รองรับเช่นกัน แต่สามารถติดตั้งได้รวดเร็วกว่าชนิดคอนกรีต การเลือกขนาดถังมีวิธีคิดง่าย ๆ โดยคิดจาก ค่าการใช้น้ำโดยเฉลี่ย 200 ลิตร ต่อคนต่อวัน x สมาชิกในบ้าน x จำนวนวันที่ต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ เช่น สมาชิกในบ้านมี 4 คน ต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ 3 วัน วิธีคำนวณ คือ 200 x 4 x 3 = 2,400 ดังนั้นควรเลือกใช้ถังที่มีขนาดไม่น้อยกว่า 2,400 ลิตร เป็นต้น

วิธีการดูแลรักษาถังเก็บน้ำใต้ดิน

ผู้ใช้จะต้องคอยระวังไม่ให้อุปกรณ์ในถังชำรุดเสียหาย เช่น ฟุตวาล์ว ลูกลอย และคอยสังเกตมิเตอร์น้ำว่าทำงานขณะไม่มีการใช้น้ำหรือไม่ ในการทำความสะอาดตัวถัง สามารถทำได้ดังนี้ 1. เริ่มตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ฟุตวาล์ว วาล์วลูกลอย ว่ามีส่วนที่ชำรุดหรือไม่ 2. ปิดวาล์วมิเตอร์น้ำประปา เพื่อไม่ให้น้ำเข้าถัง และเปิดใช้น้ำในบ้านเพื่อระบายน้ำที่ค้างในถังให้ลดลง 3. ปิดเบรกเกอร์ของปั๊มน้ำ เพื่อไม่ให้ปั๊มทำงานขณะกำลังล้างถังเพื่อความปลอดภัย 4. ใช้อุปกรณ์ขัดล้างทำความสะอาดคราบสกปรกภายในถังให้ทั่ว หลังจากนั้นใช้ไดโว่สูบน้ำออกจากถัง พึงระวังอย่าสูบน้ำออกจนหมด เนื่องจากดินรอบถังมีแรงดันมากจนอาจจะดันถังให้เกิดความเสียหายได้ 5. เปิดวาล์วน้ำประปา ปล่อยให้น้ำเข้าไปในถัง และทำความสะอาดอีกครั้ง หรือทำซ้ำจนกว่าน้ำในถังจะใสขึ้น แล้วใส่คลอรีนน้ำ หรือคลอรีนผง ผสมตามสัดส่วนเพื่อฆ่าเชื้อโรค หลังจากนั้นปล่อยน้ำคลอรีนออกจากถังจนหมด (สามารถนำน้ำนี้มารดน้ำต้นไม้หรือล้างรถได้) 6. เปิดวาล์วให้น้ำไหลเข้า จึงใช้งานได้ตามปกติ